switch

Switch 1

posted on 31 Oct 2006 09:35 by bjforever in fiction

Switch 1

ดัดแปลงจาก Somthing Seriously Amiss by hide the soap
เรทติ้ง NC-17
ลักษณะเรื่อง ตลกขบขัน, WIP (PWP)

go on to part 2

............................................................

ไบรอันเดินสะดุดลังใส่ของตกแต่งบ้านสำหรับวันฮาโลวีนเข้าโครมใหญ่อย่างไม่ตั้งใจ ลังกระเด็นพลิกไปพร้อมกับของตกแต่งทั้งหลายตกเกลื่อนพื้น

"เชี๊ยเอ๊ย" เขาสถบอย่างอารมณ์เสีย เขาเกลียดงานเทศกาล เกลียดการตกแต่งห้อง และที่สำคัญคือเกลียดของตกแต่งห่วยแตกไร้รสนิยมพวกนี้ นี่ถ้าไม่เพราะจัสตินหิ้วมาฝากเพื่อจะเอาไปแต่งที่บ้านเด็บเขาคงไม่ยอมให้เอาของพวกนี้เข้ามาในลอฟท์แม้แต่ชิ้นเดียวด้วยซ้ำ

ไบรอันไม่สนของที่ตกเกลื่อนกระจาย เขาเดินตึงตังเข้าไปในห้องนอน มองหนุ่มผมทองที่นอนหลับอย่างเป็นสุขหลังผ่านบทรักอย่างเร่าร้อนหลายยกติดต่อกัน ชายหนุ่มดูนาฬิกาเห็นว่าเพิ่งสองทุ่มกว่าแปลว่าจัสตินนอนหลับไปไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง เดี๋ยวจัสตินต้องตื่นมาอีกแน่ ไบรอันจึงปีนขึ้นเตียง ทันทีที่อยู่บนเตียง จัสตินก็ขยับเข้าหาเขาทั้งที่หลับอยู่โดยอัตโนมัติ ไบรอันสอดมือเข้าใต้ผิวกายเนียนแล้วโอบร่างที่คุ้นเคยเข้ามาไว้ในอ้อมกอด จัสตินขยับปากงึมงำเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงกรนเบาๆ ไบรอันจูบกลางกระหม่อมก่อนกระซิบ "รักนาย" แล้วเขาก็หลับตาไปด้วยความอ่อนเพลียเช่นกัน

เบื้องนอกเม็ดฝนเบาบางที่โปรยปรายมาตลอดเย็นเริ่มหยุดลงพร้อมกับมีไอหมอกแผ่ปกคลุมตัวเมือง บดบังแสงจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ควรจะสาดส่อง ท่ามกลางความมืดของหมอกและอากาศที่เย็นเฉียบ ได้มีเสียงบางอย่างแหวกผ่านอากาศมา นี่คงเป็นปาฏิหารย์ในคืนวันฮาโลวีน เพราะเจ้าของเสียงที่แหวกผ่านอากาศมาคือนางแม่มดสาววัยรุ่นที่แต่งกายด้วยชุดหนังสีดำโฉบเฉี่ยวผิดเอกลักษณ์แม่มดที่มีมาแต่โบราณ และกำลังขี่ไม้กวาดที่รูปทรงเหมือนกีตาร์ไฟฟ้ามากกว่าจะเป็นไม้กวาด

แม่มดสาวบินผ่านหน้าต่างลอฟท์ด้วยท่าราวนักซิ่ง เจ้าหล่อนบินผ่านช่วงตึกไปแล้ว ก่อนจะสะดุดแล้วบินย้อนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้หยุดไม้กวาดที่ริมกระจกแล้วมองเข้าไปข้างใน เห็นชายหนุ่มสองคนกำลังนอนกอดกัน แม่มดสาวเกิดนึกสนุกขึ้นมา เจ้าหล่อนท่องมนต์ออกมาเบาๆ ก่อนดีดนิ้วเบาะ ทันใดนั้นก็มีแสงสีม่วงอ่อนเรืองวาบอาบทั่วร่างไบรอันจัสติน แล้วแสงก็ค่อยๆ หายไป แม่มดสาววัยรุ่นคลี่ยิ้มซุกซนและหัวเราะคิกคัก ก่อนจะบังคับไม้กวาดบินจากไป

++++++

จัสตินเริ่มงัวเงียตื่น เขายกมือขยี้ตาและบิดตัวอย่างขี้เกียจ ก่อนขมวดคิ้วที่ตัวเองสามารถบิดขี้เกียจได้โดยไม่มีอ้อมแขนใหญ่เหนี่ยวตัวไว้อย่างทุกทีทุกครั้งพอตื่นเขาจะต้องยกแขนไบรอันออกก่อนถึงจะบิดขี้เกียจได้นี่นา .... จัสตินคิดพลางขมวดคิ้วหนักขึ้นเมื่อปรือตามองปลายนิ้วตัวเองที่เหยียดขึ้นเหนือหัว

เขาขยับมือตัวเองไปมา ที่จัสตินสงสัยเพราะเขาจำไม่ได้ว่ามือตัวเองหนาใหญ่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อหันมองทางขวามือก็ยิ่งขมวดคิ้วหนักเมื่อพบว่าสิ่งแรกที่เห็นคือตู้เสื้อผ้า แทนที่จะเป็นไบรอัน นั่นเองที่ทำให้จัสตินแปลกใจ หรือเขาดิ้นมาจนนอนฝั่งของไบรอัน ? จัสตินจึงหันไปอีกด้านแล้วก็ต้องเบิกตาโพลงอยู่อึดใจ ก่อนจะหวีดร้องออกมาเสียงดังทั่วลอฟท์

ไบรอันสะดุ้งตกใจตื่นเสียงหวีดร้อง เขารีบกระโจนลุกขึ้นทันทีแล้วหันไปหาต้นเสียงที่คาดว่าจะเป็นจัสตินซึ่งฝันร้าย แต่แล้วเขาก็ต้องตาโตกับภาพที่เห็น

ที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่จัสติน แต่เป็นตัวเขาเอง !!? ตัวเขานั่งเบิกตาโพลงปากอ้าค้างและผมเผ้ายุ่งเหยิงชี้ไปมา

"เฮ้ย !!!" ไบรอันร้องเสียงดัง แล้วก็ตกใจกับเสียงที่เล็กกว่าปกติของตัวเอง เขารีบยกมือคลำลูกกระเดือกตัวเอง พบว่ามันไม่ได้โปนออกมาเหมือนทุกที แถมยังให้สัมผัสที่คุ้นเคย .... ลำคอของจัสติน

"ไบรอัน" เสียงจัสตินแทบไม่รอดริมฝีปาก "คุณ....คุณกลายเป็นผมไปแล้ว"

ไบรอันเบิกตาโพลงมองดูตัวเองที่เปลี่ยนจากปากอ้าตาค้างเป็นตีหน้าเศร้าและเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมา "เฮ้ย !!!" เขาตะโกนร้องอีกครั้งก่อนกระโจนลุกจากเตียงและวิ่งแน่วไปยังกระจกยาวที่ข้างโต๊ะทำงาน

ไบรอันยกมือกุมหัวตัวเอง โอเค นี่ไม่ใช่หัวเขา แต่เป็นหัวจัสติน ร่างที่สะท้อนในกระจกคือร่างจัสติน ไม่ใช่ตัวเขา !!!!

ไบรอันมองร่างเขาที่มีจัสตินอยู่ภายในกำลังเดินเข้ามาหาจากในกระจก ชายหนุ่มหันกลับไปมองคนรักที่อยู่ในร่างเขา ไบรอันรู้ได้ทันทีว่าจัสตินกำลังตื่นตระหนกแต่พยายามปกปิดมันเต็มที่ เขาจึงเดินเข้าไปกอดคนรักไว้ มันรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติเขาจะกอดจัสตินได้มิดทั้งตัว แต่ตอนนี้กลับได้แค่โอบรั้ง แถมขนาดเขย่งเท้าแล้วหัวเขายังอยู่แค่ครึ่งศีรษะของจัสตินในตอนนี้ด้วยซ้ำ

จัสตินอ้อมแขนโอบกอดไบรอันได้จนมิด เขาเองก็รู้สึกแปลกๆ เช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสามารถโอบกอดไบรอันได้มิดอ้อมแขน แม้จะกำลังตื่นตระหนก แต่จัสตินก็อดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือลงแล้วช้อนก้นงอนของตัวเองไว้ในอุ้งมือ

ไบรอันขมวดคิ้ว "ฟังนะตะวันน้อย นายรู้ว่าฉันรักก้นนาย แต่จะรักมากกว่านี้ถ้าคนที่กำลังช้อนมันอยู่ตอนนี้เป็นฉัน ไม่ใช่นาย"

แม้จะอยู่ในภาวะที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จัสตินก็อดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้ ยิ่งทำให้ไบรอันขมวดคิ้วหนักขึ้น "อย่าหัวเราะแบบนั้นด้วยเสียงของฉันได้มั้ย"

จัสตินเปลี่ยนเป็นเบ้ปาก

"อย่าทำปากยื่นกับใบหน้าฉัน"

"ก็มันเป็นนิสัยผมไปแล้วนี่" จัสตินเถียงพลางผละจากอ้อมกอดไบรอัน

"แต่นั่นมันใบหน้าฉัน ถ้าเกิดรอยตีนตาที่มุมปากขึ้นมาจะว่าไง"

จัสตินหัวเราะคิกคักอีกรอบ "ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นอะไรเลย ซักวันคุณก็ต้องมีตีนกาอยู่ดี" ดวงตาเขาเป็นประกายระยับอย่างหยอกเย้าเมื่อเห็นไบรอันดุนลิ้นที่กะพุ้งแก้ม

แล้วดูเหมือนจัสตินจะลืมสภาวะของตัวเองไปถนัดใจเมื่อนึกขึ้นมาได้ "จริงสิไบรอัน ตอนนี้ผมอยู่ในร่างคุณ ก็เท่ากับผมโตขึ้น" ว่าแล้วเขาก็รีบวิ่งไปที่ตู้เย็นแล้วชูมือหยิบจับเหยือกน้ำที่อยู่บนหลังตู้ "ดูสิ ดูสิ ผมหยิบเหยือกนี่ถึงโดยไม่ต้องเขย่งหรือหาเก้าอี้เตี้ยมาต่อด้วยล่ะ !!" จัสตินบอกอย่างตื่นแล้ว ก่อนมองทั่วหลังตู้เย็น "โอ้โห ไบรอัน คุณเก็บกล่องแก้วน้ำสำรองไว้หลังตู้เย็นด้วยเหรอเนี่ย ผมเพิ่งเคยเห็นเลยนะ"

ไบรอันคลึงสันจมูกตัวเอง และรู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันที "โอเคๆ ตะวันน้อย ฉันดีใจที่ในที่สุดนายก็ได้สำรวจโลกใหม่หลังตู้เย็นเสียที แต่เข้าใจมั้ยว่าปัญหาเราตอนนี้คืออะไร"

จัสตินหน้าจ๋องลง แต่ก็แค่ไม่กี่วินาทีก่อนจะยิ้มร่าแล้ววิ่งอ้อมเค้าท์เตอร์มากอดไบรอัน "ไม่เป็นไรน่า นี่อาจแค่สถานการณ์ชั่วคราวนะไบรอัน แล้วดูซี่ ตอนนี้ผมสามารถกอดคุณได้มิดเลยนะ"

"ปล่อยน่า" ไบรอันพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนจัสติน แต่ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงกำลังที่ต่างกันลิบลับระหว่างร่างกายเขากับของจัสติน ปกติเขาจะสามารถรั้งจัสตินกลับมาได้ด้วยการคว้าแขนแล้วดึงตัวมา แต่ตอนนี้ขนาดดิ้นเขาก็ยังไม่สามารถลัดหลุดจากอ้อมแขนที่เคยเป็นของตัวเองได้

"ผมอุ้มคุณได้ด้วยนะ" แล้วจัสตินในร่างไบรอันก็ก้มช้อนไบรอันในร่างตัวเองขึ้นอุ้มได้อย่างง่ายดาย "โอ้โห ตัวผมเบาจัง มิน่าคุณถึงอุ้มผมไปโยนลงบนเตียงได้สบายๆ"

"สบายเรอะ ตัวนายหนักกะอะไร ถ้านายไม่ชอบอ้อนเพราะหมดแรงลุกล่ะก็ให้ตายฉันก็ไม่มีวันอุ้มนายไปนอนบนเตียง เฮ้ย ! ปล่อยได้แล้ว"

"อย่าดิ้นซี่ไบรอัน" จัสตินดุเสียงเข้มแต่ก็ยอมปล่อยไบรอันลงแต่โดยดี ทันทีที่ขาแตะพื้น ไบรอันก็รีบเดินไปในห้องนอน เปิดตู้ คว้าหยิบกางเกงนอนออกมา

"คุณจะใส่กางเกงทำไม ผมชอบมองก้นตัวเองนะ ก้นผมออกจะสวย"

ไบรอันหัวเราะขัน "ก้นนายสวยแน่ถ้ามันอยู่บนตัวนาย และรูปร่างกำยำของฉันก็สวยเหมือนกันถ้ามันอยู่บนตัวฉัน" พูดจบก็ปีนขึ้นเตียง "เอาล่ะ มานอนได้แล้วจัสติน บางทีนี่อาจเป็นแค่ฝันร้ายธรรมดา ถ้านอนตื่นมาก็อาจหาย"

จัสตินหน้ามุ่ยนิดนึงแต่ก็ยอมเดินเข้าห้องไปนอนข้างไบรอัน เขาอดไม่ได้ที่จะซุกหน้ากับอกคนรักตามความเคยชิน แม้จะรู้สึกว่ายามนี้แผ่นอกไบรอันมันเล็กลงกว่าเคยเพราะเป็นหน้าอกของเขาเองก็ตาม

ไบรอันถอนใจเฮือกใหญ่พลางลูบหัวลูบหลังจัสติน แล้วมองเหม่อผ่านกระจกห้องนอนไปยังนอกหน้าต่าง ขอให้พรุ่งนี้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะหลับตามคนรักไปไม่นาน

++++++

แต่รุ่งเช้าทุกอย่างก็คงเป็นเหมือนเดิม จัสตินยังคงอยู่ในร่างไบรอัน ไบรอันยังคงอยู่ในร่างจัสติน

ไบรอันยืนที่เค้าท์เตอร์พลางคลึงหน้าตัวเองอย่างกลุ้มใจโดยมีจัสตินนั่งที่เก้าอี้สูงอยู่ข้างๆ และกัดเล็บเล่น

"อย่ากัดเล็บ รู้มั้ยว่าค่าทำเล็บมันกี่ร้อยเหรียญ" ไบรอันดุ

จัสตินจึงปล่อยมือจากปากแล้วเปลี่ยนเป็นพันเส้นผมยาวปรกหน้าสีน้ำตาลเล่นกับนิ้วมือแทน ไบรอันสะบัดมือตี "อย่าพันผม มันจะทำให้ผมแตกปลาย"

"ไบรอัน ผมคุณไม่เคยแตกปลาย แล้วผมก็พันนิ้วเล่นกับผมคุณประจำที่เราหลับนอนกัน ไม่เห็นมันจะแตกปลายตรงไหน" จัสตินเถียงแล้วลุกเดินไปยังห้องน้ำ

"จะไปไหน" ไบรอันถาม

"อาบน้ำแต่งตัว วันนี้ผมเข้างานกะเช้าเพราะงั้นต้องไปก่อนเก้าโมง"

"เดี๋ยวๆๆ" ไบรอันส่งเสียงปรามแล้วเดินตามหลังคนรักไป "ที่ว่าจะเข้างานน่ะ งานที่ไหน"

จัสตินมองไบรอันเหมือนชายหนุ่มมีเขางอกออกมาที่หัว "จะที่ไหน ก็ร้านไดเนอร์น่ะสิ รู้มั้ยว่าทุกวันจันทร์น่ะเป็นวันนรกแค่ไหน ลูกค้าจะมาเต็มเหยียดตั้งแต่เช้าถึงบ่ายเลยล่ะ" พูดจบก็เดินไปในห้องน้ำ

"เฮ้ยๆๆ" ไบรอันส่งเสียงเรียกแล้วคว้าแขนจัสตินมา "ฟังนะ วันนี้นายจะไม่ไปทำร้านไดเนอร์นั่น ที่นายต้องไปคือคินเนติก"

"ว่าไงนะ !" จัสตินย้อนเสียงหลง "คุณจะให้ผมไปทำที่คินเนติกแทนคุณงั้นเรอะ คุณบ้าไปแล้วรึไง !!"

"โอเคตะวันน้อย วันนี้ นายในร่างฉันจะเข้าไปทำงานในคินเนติก โดยมีฉันที่ทุกคนรู้ว่าคือจัสตินซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของนาย เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนจนถึงเลิกงาน และจะเข้าไปร่วมประชุมด้วยถ้าจำเป็น โอเคมั้ย"

"ไม่มีทาง ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้วันจันทร์ ผมทิ้งเด็บไว้คนเดียวกับลูกค้าเต็มร้านแบบนั้นไม่ได้ คุณแหละต้องไปทำที่ร้านไดเนอร์แทนผม"

"ว่าไงนะ !!!" คราวนี้ไบรอันเป็นร้องเสียงหลงบ้าง "จะให้ฉัน ไบรอัน คินนี่ย์ ราชาแห่งถนนลิเบอร์ตี้ CEO ของคินเนติกบริษัทโฆษณาชั้นนำแห่งพิทซ์เบิร์กไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอาหารและเช็ดโต๊ะในร้านไดเนอร์น่ะนะ !!?" ไบรอันพ่นเสียงหัวเราะหยันออกมา "ฝันไปเหอะตะวันน้อย"

จัสตินเดินหน้ามุ่ยตามไบรอันเข้าไปในห้องอาบน้ำ เขายกมือลูบหัวไหล่กลมมนและแผ่นอกขาวเนียนของตัวเองเล่นไปมาขณะไบรอันถูสบู่กับไหล่และหน้าอกเขาตามความเคยชิน

"ผมเพิ่งเห็นว่าตัวผมมีไฟเล็กๆ ตรงนี้ด้วยนะ" จัสตินลูบไฝที่บริเวณเอวด้านหลังของตัวเอง

"ฉันเห็นนานแล้ว จำไว้ ฉันรู้จักทุกส่วนในร่างกายนาย" ไบรอันตอบแล้วโน้มหน้าไปงับหัวนมจัสตินเบาๆ จนจัสตินร้องคราง

"มันแปลกนะ"

"อะไร"

"ก็การงับหัวนมตัวเองไง มันแปลกพิกล" ไบรอันย่นจมูก

จัสตินยิ้มขำก่อนช้อนหลังคอไบรอันขึ้นแล้วแนบประกบจูบลงไป "เช้านี้เรายังไม่ได้มีอะไรกันเลยนะไบรอัน" จัสตินบอกแผ่วเบารอดริมฝีปากที่จูบไบรอัน

"อืม" ไบรอันครางรับ

"ตอนนี้ผมมีตรงนั้นที่ยาว 9 นิ้ว และอยากใข้มันให้เป็นประโยชน์"

ไบรอันหยุดจูบแล้วเงยหน้ามองสบไปในดวงตาคนรัก จัสตินจูบปากไบรอันอีกทีพร้อมส่งเสียงอ้อน "นะ" ไบรอันรับจูบอีกรอบก่อนหันหลังแล้วยื่นส่งถุงยางกับขวดเจลหล่อลื่นส่งให้

จัสตินรับซองถุงยางมาอย่างดีใจ ไม่บ่อยนักที่ไบรอันจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุก แม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในร่างไบรอันก็เถอะ จัสตินสวมถุงยาง บีบเจลที่ปลายนิ้ว นวดคลึงปากช่องทางผ่านแก้มก้นอวบอิ่ม แล้วฝังจูบที่ซอกคอไบรอัน "ผมรักคุณ" เขากระซิบก่อนค่อยๆ สอดกายเข้าไป

"โอ้พระเจ้า ทำไมตัวผมถึงฟิตแบบนี้" จัสตินสูดปาก

"อา ใช่" ไบรอันแหงนหน้าร้องคราง "ตัวนายทั้งฟิตทั้งร้อนผ่าวและชุ่มชื้น" สองมือปะทะกระจกตู้อาบน้ำและอ้าปากหอบหายใจจนเกิดไอฝ้าขึ้นมา "อา....จัสติน นั่นแหละ ตรงนั้น"

ไม่นานในตู้กระจกก็เต็มไปด้วยไอร้อนผ่าวจากรสรัก สายน้ำอุ่นเริ่มเปลี่ยนเป็นน้ำเย็น ทั้งคู่รีบล้างคราบเปื้อนออกอย่างเร็วก่อนออกมาแต่งตัว ไบรอันเปิดตู้เสื้อผ้าและเลือกหยิบสูทที่จะสวมในวันนี้ให้จัสติน

"ว้าว คุณจะให้ผมใส่สูทตัวใหม่ของฮิวโก้ บอส จริงน่ะ"

"ใส่ซะ" ไบรอันสั่งก่อนหันไปรื้อเสื้อผ้าจัสตินออกมาเพื่อเลือกชุดที่ 'ดูดีที่สุด' ชายหนุ่มรื้อเสื้อคนรักออกมาจนเต็มเตียงแต่ก็หาที่ถูกใจไม่เจอขณะจัสตินแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย "นายจะหัดหาซื้ออะไรที่มันเข้าท่ากว่าเสื้อยืดจากแก๊ปและกางเกงจากโอลด์ นาวี ไม่เป็นรึไงนะ" ไบรอันบ่นอย่างหัวเสีย

"ผมไม่ล่ำซำเหมือนคุณนี่" จัสตินบ่นอุบอิบแล้วหยิบเสื้อยืดสีเหลืองมัสตาร์ดที่มีข้อความว่า fcuk me พาดตรงหน้าอก กับกางเกงเด็กช่างสีกากีส่งให้ชายหนุ่ม "ผมชอบชุดนี้นะ คุณก็น่าเคยบอกว่าผมดูดีในชุดนี้"

ไบรอันมองชุดที่จัสตินยื่นส่งให้อย่างขยะแขยงราวกับมันเป็นแมลงที่น่าเกลียดน่ากลัว ก่อนหันไปคว้ากางเกงยีนส์สีเข้มและเสื้อกล้ามสีดำของตัวเองมาสวม "มันดูดีถ้านายใส่มัน เอาล่ะฉันจะใส่นี่แล้วสวมโค้ททับ พอถึงเวลาร้านค้าเปิด เราจะไปช้อปเสื้อกัน"

"คุณจะซื้อเสื้อราคาแพงให้ผมใส่งั้นเหรอ" จัสตินถามอย่างตื่นเต้น

"ฉันจะซื้อเสื้อราคาแพงให้ตัวฉันใส่เอง" ไบรอันย้อน

จัสตินหน้ามุ่ยก่อนถอดสูทตัวเองออก ไบรอันมองอย่างสงสัย "นายกำลังจะทำอะไร"

"ก็ถอดสูทของคุณไง ถ้าคุณรังเกียจเสื้อผ้าผมมากนัก ผมก็ไม่คิดจะสวมเสื้อผ้าคุณเหมือนกัน"

ไบรอันถอนใจเมื่อเห็นดวงตาจัสตินเริ่มรื้นขึ้นมา "โอเคๆ ตะวันน้อย ฉันจะใส่เสื้อที่นายให้ใส่ พอใจยัง ?"

จัสตินเหล่มอง "จริงนะ"

"จริง"

"แล้วคุณก็จะไปเข้ากะที่ร้านไดเนอร์แทนผมด้วย"

"เฮ้ นั่นไม่เกี่ยว"

"เกี่ยวซี่ ทีผมยังยอมไปทำงานในคินเนติกแทนคุณ ซึ่งมันอาจยากกว่าด้วยซ้ำ เพราะงั้นคุณก็ต้องไปทำที่ร้านไดเนอร์แทนผม"

"ไม่มีทางจัสติน ฉันไม่ยอมไปยืนเสิร์ฟอาหารและเก็บจานเละๆ เด็ดขาด"

"แต่ผมจะปล่อยเด็บไว้คนเดียวไม่ได้นะ"

"ก็ให้หล่อนหาเด็กใหม่มาแทนซี่"

"ไบรอัน ถ้าคุณไม่ไป ผมก็จะไม่ไปคินเนติกเหมือนกัน" จัสตินค้านเสียงแข็ง

"คิดจะขู่กันเรอะ"

"ไม่ได้ขู่ แต่พูดจริง"

ไบรอันนิ่งไปหลายอึดใจ ส่วนจัสตินก็จ้องตาคนรักไม่ลดละ ในที่สุดไบรอันก็ร้องโว้ยก่อนตอบตกลงพาให้จัสตินยิ้มกริ่ม

ในที่สุดเมื่อตกลงกันเสร็จว่าไบรอันจะไปทำงานแทนจัสตินที่ร้านไดเนอร์ และจัสตินไปนั่งโต๊ะทำงานไบรอันที่คินเนติก ทั้งคู่ก็ออกจากลอฟท์มาที่ลานจอดรถด้านข้างตึก จัสตินเปิดประตูผู้โดยสารตามความเคยชินเรียกเสียงจิกจั๊กจากไบรอัน

"นายเป็นคนขับ"

"ผมเหรอ" จัสตินร้องเสียงสูงอย่างตื่นเต้น "คุณยอมให้ผมขับคอร์เวตคุณจริงนะ"

ไบรอันกลอกตา "เออสิ เกิดตำรวจเห็นว่าเด็กกะโปโลขับรถราคาแพง กับชายหนุ่มใส่สูทหรูหราขับ คิดว่าจะโบกเรียกใคร ?"

"ผมเคยโดนโบกครั้งเดียวเอง" จัสตินบ่นกระปอดกระแปดเมื่อจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเคยขอรถไบรอันขับไปมหา'ลัยเพื่อขนงานไปลง แต่โดนตำรวจเรียกดักกลางทางเพราะสงสัยว่าเป็นรถขโมยมา

"ไปส่งฉันที่ไดเนอร์ก่อน" ไบรอันบอก

เมื่อรถจอดหน้าร้านไดเนอร์ ไบรอันยื่นหน้าไปจูบจัสตินเพื่อสั่งลาก่อนลงจากรถและยืนมองจนรถลับหัวมุมถนนไป เขาหันไปมองหน้าร้านที่มีป้าย 'เปิด' เป็นนีออนสีแดงแขวนไว้พร้อมมองเข้าไปในความอึกทึกในร้าน แล้วก็ได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนตัดสินใจเปิดประตูเข้าร้านไป

ที่คินเนติก จัสตินจอดรถไว้ด้านหน้าตรงที่ไบรอันเคยจอดส่งเขาลงก่อนประจำ ดับเครื่องยนต์แล้วนั่งเกาะพวงมาลัยทำใจอยู่หลายนาที "เอาวะ เป็นไงเป็นกัน" เขาพูดเรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถ ปิดประตูล็อครถเรียบร้อยแล้วเดินข้ามถนนเข้าไปในคินเนติก

to be continued

go on to part 2

....................................................................