อดีตเมื่อนานมาแล้ว~ เราเคยใช้ชื่อแทนตัวว่า "ซิมเปียะกุน" ไปโพสต์ fic - ไม่มีน้ำตาวีรบุรุษเอาไว้ที่นี่วันนี้มานั่งเปิดดูข้อมูลเก่า ทำให้ไปพบเจอแล้วหวนนึกถึงวันวานที่เคยคลั่งนิยายจีนเป็นบ้าเป็นหลังถึงขนาดจินตนาการเขียนฟิค Y ได้ ( สมควรชื่นชมมะเนี่ย อิอิ )

ว่าแล้วก็เอามาโพสต์ลงบลอคตัวเองอีกรอบ เก็บไว้เป็นที่ระลึก หุหุหุ


title : ไม่มีน้ำตาวีรบุรุษ ( วีรบุรุษไร้น้ำตา - โกวเล้ง)

แต่งโดย : เราเองจ้า ( นามปากกาเก่า - ซิมเปียะกุน )

อธิบาย : จุดกำเนิด ตำนานวีรบุรุษไร้พ่าย Y นะจ๊ะ Y จ้า

เรท : NC-17 ในภาษาแต่ไม่มีฉาก


ณ นครเชี่ยงอัน ที่เรือนหลังงามหลังหนึ่ง ณ ห้องๆ หนึ่ง มันเป็นห้องที่โอ่อ่าประดับประดาด้วยของมีค่า และงดงามยิ่งกว่าห้องคุณหนูตระกูลขุนนาง

ว่าห้องนั้นงามแต่ยังสู้คนไม่ได้ บนเก้าอี้เอนที่ปูด้วยฟูกนุ่มคลุมทับไหมแพร นั่งไว้ด้วยบุรุษหนุ่มคนหนึ่ง มันสวมเสื้อที่ทำจากแพรไหมต่วนชั้นดี ตัดเย็บจากช่างฝีมือเลิศ เสื้อผ้าที่สวมใส่รัดเข้ากับรูปร่างที่สมส่วน

บนเรียวนิ้วขาวนวลทั้งสิบสวมแหวนที่ประดับด้วยอัญมณีมีค่า ใบหน้าคมคายได้รูปจัดว่าเป็นชายงามที่หาได้ยากดวงตาสีครามทอประกายราวดวงดาว จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางสีแดงชาดที่ประดับรอยยิ้มน้อยๆ

มันนั่งฟังเสียงหลิวเสียดสีกัน มือหนึ่งถือจอกสุราเผาดาบ จิบอย่างสบายอารมณ์

มันกำลังรอ.... รอผู้ที่จะเปิดประตูเข้าห้องมาอย่างสงบ

เสียงประตูพลันเปิดออก แต่ดวงตาที่ลืมอยู่ตลอดเวลาของมันพลันพริ้มหลับลง หูทั้งสองฟังเสียงฝีเท้าที่ก้าวย่างอย่างมั่นคงซึ่งกำลังเหยียบย่างเข้ามา แล้วคิ้วเรียวกลับขมวดมุ่น ที่มันขมวดคิ้วเนื่องเพราะเสียงย่ำฝีเท้า สตรีจะไม่มีฝีเท้าที่หนักแน่นเช่นนี้แล้ว

แม้จะสงสัยแต่มันหาได้ลืมตาคืนดูไม่ นั่นเป็นนิสัยเฉพาะที่จะไม่ดูหน้าอีกฝ่ายก่อนจนกว่าจะได้ยินเสียง แล้วพลันมีมือๆ หนึ่งวางบนหัวไหล่ นั่นเป็นมือที่ใหญ่ และค่อนข้างหยาบ กำลังบีบเค้นหัวไหล่มัน ถึงตอนนี้มันอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้น

เบื้องหน้าพลันกระจ่างขึ้น ผู้ที่ยืนอยู่หน้ามัน กลับเป็นบุรุษ

บุรุษที่อายุไล่เลี่ยกับมัน แม้จะมีเค้าหน้าหล่อเหลาจนแทบเรียกว่าสวย หางคิ้วเชิดขึ้นรับกับตาหงส์ที่ชี้ชัน จมูกโด่งเป็นสันอยู่เหนือหนวดเรียวที่ประดับบนริมฝีปากบาง แม้จะหล่อเหลาแค่ไหน แต่มันก็เป็นบุรุษ

ถึงตอนนี้ มันอดสงกาไม่ได้ ไฉนมีบุรุษมาเยือนห้องมัน

ผู้ที่ย่างเท้าเข้าห้องนี้ล้วนเป็นสตรี และมักเป็นสตรีที่มีความงามพร้อมเงินตรา

แต่ตอนนี้กลับมีบุรุษมาเยือน จะให้มันทำหน้าเฉยอยู่ได้อย่างไรเมื่ออดอยู่เฉยมิได้ จึงกล่าวว่า

ท่านเป็นบุรุษ

บุรุษผู้นั้นกล่าวตอบว่า

ถูกต้อง ข้าเป็นบุรุษ จากนั้นแย้มยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวอีกว่า เป็นบุรุษที่มีปัญญาจ่ายมากกว่าสตรี

กล่าวจบก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้านตรงข้าม เพ่งตาหงส์ทั้งคู่สำรวจมองอีกฝ่ายด้วยประกายตาที่ฝ่ายถูกมองอดครั่นคร้ามไม่ได้ เมื่อสำรวจมองจนพอใจจึงกล่าว

ข้ารู้ว่าท่านเป็นบุรุษที่ปรนเปรอสตรีแต่เป็นชนิดราคาแพงที่สุด

ในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครา บุรุษหนุ่มเจ้าของห้องผ่อนสีหน้าเป็นสงบนิ่ง แต่ในใจดั่งมีมรสุมกลุ่มหนึ่ง คติของมันคือเมื่อรับเงินแล้วก็จะสนองความต้องการอีกฝ่ายไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ตาม แต่กระนั้นมันก็ไม่เคยรองรับบุรุษมาก่อน มันควรทำอย่างไร

ภายใต้สถานการณ์ที่เริ่มอึดอัด เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างนิ่งเงียบ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันในห้องกว่าเดิม ดังนั้นมันต้องเริ่มหาข้อสนทนา

ท่านชื่อแซ่อะไร

แซ่โต๊ะ นามตังไล้

มันถามเสร็จก็ทอดถอนใจ ช้อนดวงตาคู่ที่งามกว่าประกายดาวมองสบตาหงส์ของอีกฝ่ายแล้วกล่าว

ข้าแม้นรองรับสตรีแต่ไม่เคยรองรับบุรุษมาก่อน เงินที่ท่านจ่ายมานำมันคืนไปเถอะ

โต๊ะตังไล้ยืดกายขึ้นโน้มตัวมายื่นมือช้อนคางอีกฝ่ายให้หันเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ยามนั้นดวงตาทั้งสี่คู่ประสานสบกัน

ข้าก็ไม่เคยซื้อบุรุษที่ราคาแพงเช่นนี้มาก่อน แต่วันนี้ข้าจะลอง

นั่นเป็นคำยืนยันแน่นอน ทำให้เจ้าของห้องมีสีหน้ากระอักกระอ่วน มันหลุบตาจากประกายบางอย่างที่ตาหงส์คู่นั้นสาดส่องออกมา แล้วยื่นมือเรียวงามค่อยๆ ปัดมือหยาบกระด้างของอีกฝ่ายลงจากคางตน ก่อนลุกขึ้นยืนช้า เดินไปข้างหน้าต่าง

เสียงเก้าอี้เขยื้อน มันรู้ว่าอีกฝ่ายก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันแถมยังเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังมัน มันพริ้มตาลงสะท้านร่างขึ้นเล็กน้อย เมื่อมืออีกฝ่ายอ้อมมาปลดผ้าคาดเอว และริมฝีปากที่ประทับบนแก้มมันอย่างแผ่วเบา

มันไม่เคยตัวสั่นมาก่อน.... แต่ตอนนี้มันกำลังสั่น เป็นการสั่นที่เกิดจากความกลัว หรืออารมณ์ที่พลุ่งพล่านกัน กระทั่งตัวมันยังไม่แน่ใจตัวเอง

จนเมื่อเสื้อชั้นนอกของมันถูกปลดเปลื้องออกจนหมดสิ้น ดวงตาทั้งคู่ลืมโพลงมันสะท้านเฮือกหนึ่งคล้ายคืนสติขึ้นมา มือเรียวงามทั้งสิบจับคว้ามือข้ออีกฝ่าย ก่อนที่มือประหลาดคู่นั้นจะรังควานมากไปกว่านั้น

เจ้าของมือประหลาดคู่นั้นโน้นริมฝีปากมาขบกัดติ่งหูมัน ก่อนกระซิบแผ่วเบา

จะหวั่นไปไย

กล่าวจบโต๊ะตังไล้ย่อกายโอบอุ้มมันขึ้นในอ้อมอก มันอดตระหนกไม่ได้จนต้องอุทานออกมา สองมือยันอกอีกฝ่ายไว้ แต่ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนแต่อย่างไร มันเป็นบุรุษ จะให้บุรุษมาดิ้นรนในอ้อมกอดของบุรุษอีกคนได้อย่างไร

จนเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นฟูกเตียง มันอดไม่ได้ที่จะสะท้านกายขึ้น สองแก้มพลันแดงซ่านเมื่อประสานสบกับสายตาระอุอุ่นที่บอกความปรารถนาของอีกฝ่าย

โต๊ะตังไล้ไล้หลังมือกับใบหน้าแดงซ่านของผู้อยู่ข้างใต้ แล้วสอดมืออีกข้างปลดสาบเสื้อชั้นในของอีกฝ่ายและลูบไล้ผิวกายใต้ร่มผ้า โต๊ะตังไล้รับรู้ถึงการสั่นสะท้านนิดๆ ของผู้อยู่ใต้ร่างเมื่อเห็นดวงตาอีกฝ่ายพริ้มลง และเผยอริมฝีปากสีแดงชาดออกนิดๆ ทำให้อดแย้มยิ้มอย่างนุ่มนวลไม่ได้ โต๊ะตังไล้โน้มริมฝีปากประทับบนหน้าผากอีกฝ่าย กล่าวเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

ท่านมีทีท่าดั่งผู้มิเคยลิ้มรสรัก

เจ้าของดวงตาสีครามที่งามกว่าประกายดาวลืมขึ้น